สวัสดีค่ะご主人様 (Goshujinsama) และผู้เรียนชาวไทยทุกคน! วันนี้ YUI ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่บทเรียนสุดเข้มข้นที่จะเคลียร์ปัญหากวนใจของหลายๆ คน นั่นคือการเลือกใช้คำชี้เฉพาะกลุ่ม "โคะ-โซะ-อะ-โดะ" (Ko-So-A-Do) เช่น Kore, Sore, Are หรือ Koko, Soko, Asoko นั่นเองค่ะ! แม้ว่าในภาษาไทยเราจะมีคำว่า "นี่, นั่น, โน่น" ที่คล้ายคลึงกัน แต่ระบบความคิดและการรับรู้ระยะทางในแบบของคนญี่ปุ่นมีความละเอียดและลึกซึ้งกว่ามากค่ะ วันนี้ YUI จะพาเจาะลึกไม่ใช่แค่ระยะทางทางกายภาพ แต่รวมไปถึง "ระยะทางทางจิตวิทยา" และการชี้อ้างอิงในบทสนทนาแบบไม่มีใครเคยบอก เพื่อให้พูดได้เป็นธรรมชาติเหมือนเกิดใหม่ที่โตเกียวเลยล่ะค่ะเปโกะ!
คนญี่ปุ่นแบ่งการระบุตำแหน่ง สรรพนาม และลักษณะของสิ่งต่างๆ ออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ตามอักษรตัวแรกของแต่ละกลุ่ม ได้แก่ Ko (こ), So (そ), A (あ), และ Do (ど) ซึ่งถูกขนานนามในหมวดไวยากรณ์ว่า "ระบบโคะโซะอะโดะ" โดยแต่ละอักษรทำหน้าที่แบ่งเขตระยะทางและความคิดดังนี้ค่ะ:
เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างในการนำไปสร้างประโยค เรามาดูตารางสรุปคำชี้เฉพาะประเภทต่างๆ ที่ใช้งานบ่อยในชีวิตประจำวันกันเลยค่ะเปโกะ!
| ประเภทการใช้งาน | กลุ่ม Ko (ใกล้ตัว) | กลุ่ม So (ใกล้เธอ) | กลุ่ม A (ไกลเรา) | กลุ่ม Do (คำถาม) |
|---|---|---|---|---|
| คำสรรพนามชี้ของ (Noun) ใช้แทนคำนามเดี่ยวๆ ไม่ต้องมีนามตามหลัง |
これ (Kore) อันนี้ / สิ่งนี้ |
それ (Sore) อันนั้น / สิ่งนั้น |
あれ (Are) อันโน้น / สิ่งโน้น |
どれ (Dore) อันไหน / สิ่งไหน |
| คำชี้คุณศัพท์ (Adjective) ต้องมีคำนามต่อท้ายเสมอ ห้ามอยู่เดี่ยวๆ |
この (Kono) + Noun ...นี้ (เช่น คนนี้) |
その (Sono) + Noun ...นั้น (เช่น รถคันนั้น) |
あの (Ano) + Noun ...โน้น (เช่น ร้านโน้น) |
どの (Dono) + Noun ...ไหน (เช่น คนไหน) |
| สถานที่ (Location) ระบุตำแหน่งแห่งที่ |
ここ (Koko) ที่นี่ / ตรงนี้ |
そこ (Soko) ที่นั่น / ตรงนั้น |
あそこ (Asoko) ที่โน่น / ตรงโน้น |
どこ (Doko) ที่ไหน / ตรงไหน |
| ทิศทาง/สุภาพ (Direction) ชี้บอกทิศทาง หรือสุภาพกว่าปกติ |
こちら (Kochira) ทางนี้ / ฝั่งนี้ / ท่านนี้ |
そちら (Sochira) ทางนั้น / ฝั่งนั้น / ท่านนั้น |
あちら (Achira) ทางโน้น / ฝั่งโน้น / ท่านโน้น |
どちら (Dochira) ทางไหน / ฝั่งไหน / ท่านไหน |
ผู้เรียนชาวไทยส่วนใหญ่มักสับสนอย่างมากกับการเลือกใช้ระหว่าง これ (Kore) vs この (Kono), それ (Sore) vs その (Sono), และ あれ (Are) vs あの (Ano) เนื่องจากภาษาไทยใช้คำว่า "นี่ / นั่น / โน่น" ได้ในเกือบทุกโครงสร้างประโยคโดยแทบไม่มีการผันรูปตามไวยากรณ์ค่ะ
ตัวอย่างเช่น คนไทยพูดว่า "นี่คือหนังสือ" และ "หนังสือเล่มนี้คือของฉัน" สังเกตไหมคะว่าเราใช้คำว่า "นี่/นี้" ปะปนกันได้ แต่ในภาษาญี่ปุ่นห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาดค่ะ!
กฎเหล็กที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:
นอกจากระยะทางทางกายภาพที่วัดเป็นเซนติเมตรหรือเมตรแล้ว คนญี่ปุ่นยังใช้คำระบบ Ko-So-A-Do ในการระบุสิ่งที่เป็น "ความคิด ความรู้ หรือเรื่องราวที่กำลังพูดคุยกัน" ซึ่งนี่คือจุดวัดความเป็นธรรมชาติของภาษาญี่ปุ่นระดับสูงค่ะ!
หากเราพูดถึงเรื่องราว บุคคล หรือเหตุการณ์ในอดีตที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี หรือเคยมีประสบการณ์ร่วมกันมาก่อน สมองของคนญี่ปุ่นจะมองว่าสิ่งนั้นอยู่ห่างไกลออกไปเป็นภาพความทรงจำร่วมกัน จึงนิยมใช้กลุ่ม A (あ) เช่น あの (Ano) หรือ あれ (Are):
ในทางตรงกันข้าม หากคุณกำลังอธิบายถึงเรื่องราว เพื่อนเก่า หรือภาพยนตร์ที่คุณเคยไปดูมาคนเดียว แต่อีกฝ่ายไม่รู้เรื่องด้วยเลย (ไม่สอดคล้องกับภาพความทรงจำของเขา) ในมิติทางจิตวิทยาจะถือว่าเรื่องนี้อยู่ในขอบเขตความรู้ของฝ่ายเดียว จึงต้องใช้กลุ่ม So (そ) เช่น その (Sono) หรือ それ (Sore) ในการอ้างถึงคู่สนทนาค่ะ:
สังเกตไหมคะว่า B ใช้คำว่า その (Sono) เพราะ B ไม่รู้จักคาเฟ่นั้นมาก่อน มันเป็นเรื่องของฝั่ง A เท่านั้นค่ะ การใช้คำให้ถูกต้องตรงจิตวิทยาการสื่อสารแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงระดับระยะห่างทางความรู้สึกและให้ความเคารพสิทธิ์ในข้อมูลของกันและกันได้อย่างมืออาชีพมากค่ะเปโกะ!
มาเรียนรู้วิธีการใช้คำชี้เฉพาะในสถานการณ์จำลองจริงกันค่ะ ยูโตะและยุยกำลังเดินเลือกซื้อของสะสมโมเดลอนิเมะในร้านแห่งหนึ่งที่อากิฮาบาระ และต้องใช้คำชี้เฉพาะเพื่อสื่อสารระบุของที่อยากได้ค่ะ:
*ยุยเดินเข้าไปในโซนตู้โชว์ของเล่นพรีเมียม และชี้ไปที่ฟิกเกอร์เมดสาวสวยงาม*
ในเกมนิยายภาพแนวจำลองสถานการณ์รักของเรา คุณจะได้รับบทพูดคุยและเดินช้อปปิ้งในสถานที่ท่องเที่ยวจำลองเสมือนจริงของญี่ปุ่น พร้อมฝึกฝนการใช้คำชี้เฉพาะ Kore, Sore, Are เพื่อพิชิตใจยุยจังในเวลาจำกัด! มาเล่นเกมและอัปเลเวลระดับภาษาญี่ปุ่นฟรีวันนี้กันเถอะค่ะ!
ทดลองเล่นเกมนิยายภาพและคุยกับยุยฟรี 🎮สมองของมนุษย์เราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อท่องจำคำศัพท์ในรูปแบบตัวอักษรแบนๆ บนหน้ากระดาษค่ะ แต่ส่วนของ Hippocampus และ Parietal Lobe จะทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งเมื่อระบบประสาทได้รับการเข้ารหัสร่วมกับ "ข้อมูลตำแหน่งในพื้นที่ 3 มิติ" (Spatial Orientation) หรือที่เรียกว่าความจำเชิงพื้นที่ค่ะ
เวลาที่เพื่อนๆ พยายามจดจำระบบ "Ko-So-A-Do" วิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทางประสาทวิทยาคือการขยับร่างกายขณะท่องจำค่ะ ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดคำว่า "Kore" (これ) ให้ใช้มือแตะเสื้อหรือวัตถุที่แนบเนื้อตัว เมื่อพูดว่า "Sore" (それ) ให้เอื้อมชี้มือออกไปข้างหน้าเสมือนแตะวัตถุของเพื่อน และเมื่อพูดว่า "Are" (あれ) ให้แหงนหน้ามองข้ามไหล่ไปทางระยะไกล
กระบวนการเคลื่อนไหวร่างกายเช่นนี้ จะสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างเส้นใยประสาทสัมผัสของการเคลื่อนไหว (Motor Neurons) และคอร์เทกซ์ประสาทส่วนการมองเห็น (Visual Cortex) ซึ่งทำให้ระบบสมองบันทึกโครงสร้างทางไวยากรณ์นี้ให้ฝังลึกลงสู่ความทรงจำระยะยาวโดยตรง ทำให้เวลาใช้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อนๆ สามารถพูดคำเหล่านั้นออกมาได้ทันทีตามการตระหนักรู้ระยะห่างทางกายภาพรอบตัวโดยปราศจากความรู้สึกเกร็งหรือติดขัดเลยค่ะเปโกะ!